ความลับของ “แก้วไวน์คริสตัล (Crystal Wine Glass)

หากคุณเป็นคอไวน์ย่อมทราบดีว่า แก้วไวน์มีความสำคัญต่อการส่งเสริมสุนทรียภาพในการดื่มไวน์ และหากคุณกำลังสนใจในเรื่องของแก้วไวน์ (Wine Glass) เช่น ประเภทของแก้วไวน์แดง (Red Wine Glass), แก้วไวน์ขาว (White Wine Glass) และแก้วแชมเปญ (Champagne Glass) แน่นอนว่าต้องเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับ แก้วไวน์ที่มีการดีไซน์ที่สวยงาม แข็งแรง และคุณภาพดี ซึ่งส่วนใหญ่แล้วแก้วไวน์เหล่านั้นมักเป็นแก้วไวน์ประเภท “แก้วไวน์ คริสตัล (Crystal Wine Glass)” แต่แก้วไวน์คริสตัลนั้นจริงๆ แล้วคืออะไร? และมีความต่างจากแก้วไวน์ธรรมดาอย่างไร? ครั้งนี้ ลูคาริสจึงขอเชิญทุกท่าน มาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับแก้วไวน์คริสตัล (Crystal Wine Glass) ในบทความนี้กันค่ะ


“แก้วคริสตัล (Crystal Glass)” คืออะไร ?

“แก้ว (Glass)” โดยทั่วไป ถูกผลิตขึ้นมาจากทรายซิลิก้า (Silica-Sand), แร่โปแตช (Potash) และ หินปูน (Limestone) ส่วน “แก้วคริสตัล (Crystal Glass)” เกิดจากการเติมตะกั่ว (Lead Oxide) มากกว่า 24% เข้าไปในกรรมวิธีการผลิต คิดค้นขึ้นในปี ค.ศ.1600 โดยนายจอร์ช เรเวนสคอฟท์ (George Ravenscroft) เจ้าของร้านเครื่องแก้วในกรุงลอนดอน (London) ประเทศอังกฤษ (England) ทำให้แก้วคริสตัลกลายเป็นที่รู้จักในระดับสากล ก่อนจะถูกการพัฒนามาเป็น “เครื่องแก้วคริสตัล (Crystalware)” ที่เรารู้จักในทุกวันนี้


“แก้วไวน์ คริสตัล (Crystal Wine Glass)” ปลอดภัยจริงหรือ?

หลายคนอาจจะมีคำถามค้างคาใจว่าแก้วไวน์ คริสตัล (Crystal Wine Glass) ที่เติมสารตะกั่ว (Lead Oxide) ลงไป จะมีความปลอดภัยหรือไม่ ? โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนำมาผลิตเป็น แก้วไวน์ (Wine Glass) หรือ ดีแคนเตอร์ (Decanter) ที่ใส่ของเหลว เช่น สุรา (Liqueur) หรือ ไวน์ (Wine) ทิ้งไว้เป็นระยะเวลานาน

แม้ว่าจะไม่มีงานวิจัยออกมาอย่างเป็นทางการว่าแก้วคริสตัล (Crystal Glass) มีความเสี่ยงจริงหรือไม่ แต่ในแง่ของการผลิตแล้ว สารตะกั่ว (Lead Oxide) ถือว่ามีอันตรายทั้งต่อสิ่งแวดล้อม และบุคลากรผู้ผลิต ด้วยความตระหนัก รวมกับเทรนด์ด้านสุขภาพ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ค่อนข้างมาแรง ผู้ผลิตแก้วจึงหันมาพัฒนา “แก้วคริสตัลปราศจากสารตะกั่ว (Lead-Free Crystal Glass)” ที่นอกจากจะให้คุณสมบัติด้านความสวยงาม, แข็งแรง, ทนทาน และกระจายแสงได้ดีคล้ายกับแก้วคริสตัล (Crystal Glass) แบบเดิมแล้ว ยังปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม และเราทั้งหลายก็ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับผลกระทบเรื่องสุขภาพอีกต่อไป

แล้วแก้วไวน์คริสตัล ตามห้างทั่วไปล่ะ ? เป็นแก้วคริสตัลไร้สารตะกั่ว (Lead-Free Crystal Glass) หรือไม่ ? เรื่องนี้ตอบได้ง่าย ๆ ไม่ต้องกังวลไป เพียงมองหาแก้วไวน์ (Wine Glass) จากลูคาริส (Lucaris) ก็หมดห่วง เพราะแก้วไวน์คริสตัลของลูคาริส (Lucaris) เป็นแก้วคริสตัลที่ปลอดภัยไร้สารตะกั่ว (Lead-Free Crystal) เรียกได้ว่าทั้งดีไซน์สวยงาม ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และเฮลตี้สุขภาพไปพร้อม ๆ กันเลย


เทคนิคการแยก “แก้วไวน์ธรรมดา” กับ “แก้วไวน์คริสตัล”

ความบาง (Thickness) : แก้วคริสตัล (Crystal Glass) สามารถผลิตให้บางกว่าแก้วธรรมดา (Glass) ได้ ดังนั้น ขอบของแก้วไวน์ คริสตัล (Crystal Wine Glass) จึงถูกทำให้มีความบางเท่าที่จะบางได้ เพื่อสร้างสัมผัสราบเรียบ ลื่นไหล ไม่สะดุด ไร้รอยต่อทุกครั้งเมื่อปากแก้วจรดริมฝีปากเพื่อรับอรรถรสในการดื่มไวน์

ความใส (Clarity colorlessness and transparency) : อีกเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้แก้วไวน์คริสตัล (Crystal Wine Glass) ค่อนข้างป็อบปูล่าเป็นที่นิยมในหมู่ของคนรักการดื่มไวน์ (Wine Lover) มาก ๆ เพราะแก้วคริสตัล (Crystal Glass) มีความใสเป็นพิเศษ จึงทำให้สีของแก้ว ไม่ไปรบกวนสีของน้ำไวน์ให้ผิดเพี้ยนไป

น้ำหนัก (Weight) : การแยกแยะแยกประเภทแก้วไวน์คริสตัล (Crystal Wine Glass) ออกจากแก้วไวน์ธรรมดา (Glass) อีกวิธีหนึ่ง นั้นคือ ถือแก้วไวน์ทั้งสองใบที่ขนาดเท่ากันไว้ในมือ เแก้วไวน์คริสตัล (Crystal Wine Glass) จะมีน้ำหนักที่เบากว่าแก้วไวน์ธรรมดานั่นเอง

เสียง (Sound) : เสียง “กิ๊ง” กังวาลสดใสเหมือนระฆัง คือเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของแก้วไวน์คริสตัล (Crystal Wine Glass) ที่แก้วไวน์ธรรมดาไม่มี ดังนั้น หากจะตรวจสอบง่าย ๆ เพียงใช้นิ้วของคุณ ลูบไปรอบๆบริเวณปากแก้ว (Rim) หากเป็นแก้วไวน์คริสตัล แก้วจะสงเสียงคล้ายเสียงดนตรีออกมา หรือลองนำแก้วไวน์สองใบมาชนกัน ว่าให้เสียง “กังวาลใส” หรือ “ทึบ” แต่อย่างไรก็ตาม การชนแก้วหากไม่ระวัง อาจเกิดความอุบัติเหตุได้ เราจึงอยากให้ทุกท่านลองดูในหัวข้อถัดไป เกี่ยวกับวิธีการชนแก้วไวน์เบื้องต้นกันด้วย ว่าชนแก้วอย่างไรให้ดูเป็นมืออาชีพ


หลักสูตร “การชนแก้วไวน์” เบื้องต้น

การชนแก้วไวน์ (Wine Glass) มีหลักสูตรด้วยหรือ ? อาจมีหลายท่านที่กำลังตั้งคำถามนี้อยู่ แต่จริง ๆ แล้ว เชื่อหรือไม่ว่า หลาย ๆ คนรู้วิธีการถือแก้วไวน์ให้ถูกต้อง (How to Hold Wine Glass) แต่ไม่ทราบวิธีการชนแก้วไวน์ (Wine Glass) ที่ถูกต้องมาก่อน เพราะหากให้ชนแก้ว คนส่วนใหญ่ มักจะเลือกใช้ชนบริเวณปากแก้วไวน์ (Rim) มาชนกัน แต่นั่นคือสิ่งที่ต้องระวังมาก ๆ เพราะ ปากแก้วไวน์ คือบริเวณที่ค่อนข้างบาง เสี่ยงต่อการแตกหัก และไวน์ (Wine) ยังมีโอกาสกระฉอกหกเลอะเทอะออกมาอีกด้วย ซึ่งนั่นคงเป็นภาพที่ไม่น่าดูนัก แล้วชนแก้วไวน์อย่างไรล่ะ จึงจะถูกต้อง ?

ก่อนอื่น ต้องหาคู่ชนแก้วเสียก่อน เมื่อตั้งใจว่าจะชนแก้วเป็นที่เรียบร้อย ให้เอียงเอากระเปาะแก้ว (Bowl) ชนเข้าหากัน หลังจากนั้น เตรียมตัวฟังเสียง “กิ๊ง” อันสดใสไพเราะ ที่มาพร้อมกับความสง่างามได้เลย !! ข้อดีของการชนแก้วลักษณะนี้คือ นอกจากจะให้เสียงดังกังวาลสดใส แล้วยังป้องกันน้ำไวน์หกอีกด้วย เพียงเท่านี้ งานปาร์ตี้ก็เริ่มได้แล้ว และต้องรักษาอย่างไร ? ให้แก้วไวน์ใช้งานได้นานๆ เราไปอ่านกันในหัวข้อต่อเลยค่ะ

< a href="#"> Lucaris Wine Glass Clinking


การดูแลแก้วไวน์คริสตัลให้ถูกต้อง


การล้างแก้วไวน์คริสตัล (Crystal Wine Glass) ในเครื่องล้างจาน


แก้วไวน์คริสตัล (Crystal Wine Glass) บางยี่ห้อ อาจต้องพิถีพิถันในการล้างด้วยหลากหลายเหตุผล แต่แก้วไวน์คริสตัลจากลูคาริส (Lucaris) ทนทาน, แข็งแรง และปลอดภัยเรื่องสารเคมี จึงสามารถบรรจุใส่เครื่องล้างจานได้เลย โดยมีข้อแนะนำดังนี้

1. เพื่อป้องกันแก้วไวน์ (Wine Glass) ล้ม และชนกันระหว่างการล้าง ซึ่งจะทำให้แก้วเกิดรอยได้ เราจึงควรจัดเรียงแก้วไวน์ขนาดใกล้เคียงกันไว้ด้วยกัน

2. ควรเช็ดเศษสิ่งตกค้าง เช่น เศษอาหาร หรือคราบลิปสติก ออกก่อนจะนำไปล้างในเครื่องล้างจาน

3. ควรจัดวางแก้วไวน์ ควรวางไว้บนชั้นบนสุดของเครื่องล้างจาน

4. ความสูงของชั้นใส่แก้ว ควรสัมพันธ์กับความสูงของแก้วไวน์ด้วย เพื่อให้แก้วไวน์ตั้งอย่างมั่นคงขณะล้าง

5. ตั้งระบบความร้อนต่ำ และการใช้การล้างแบบ “Glass Friendly”

6. เมื่อล้างเสร็จแล้ว ควรเปิดตู้เครื่องล้างจาน และวางแก้วทิ้งไว้ให้ไอน้ำระเหยก่อนสักพัก

7. หากต้องการเช็ดคราบน้ำออกไปจากแก้วไวน์ ควรใช้้ผ้าไมโครไฟเบอร์ (Micro-Fiber) เช็ดขณะที่แก้วไวน์ยังหมาดอยู่

การล้างแก้วไวน์คริสตัล (Crystal Wine Glass) ด้วยมือ

1. ก่อนเริ่มการล้างแก้ว ควรดูแลมือของท่านให้สะอาด และควรเตรียมผ้าเช็ดมือไว้ในที่ที่หยิบได้ง่าย

2. ล้างแก้วไวน์ด้วยน้ำอุ่น และไม่ควรใช้น้ำยาล้างจาน

3. คว่ำแก้วให้แห้งบนผ้าลินิน

4. หากต้องการให้แก้วไวน์คริสตัล (Crystal Wine Glass) คงความเงางาม ใสสะอาดอยู่เสมอ ควรนำไปอบกับไอน้ำไว้สักพัก

5. ควรใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ (Micro-Fiber) ในการเช็ดแก้วไวน์

6. ใช้มือซ้ายประครองกระเปาะแก้วไวน์ ส่วนมือขวาเช็ดในแก้ว อย่าพยายามหมุนแก้ว เพราะขาแก้ว (Stem) อาจหักและชำรุด นำมาซึ่งอุบัติเหตุได้

Recent Posts