บทความ

"พันธุ์องุ่นเบื้องต้น" สำหรับ Wine Beginner By Lucaris

Blog พันธุ์องุ่นเบื้องต้น

นอกจากความรู้เรื่อง “แก้วไวน์” (Wine Glass) ประเภทต่าง ๆ แล้ว การดื่มไวน์ก็ยังต้องอาศัย ความรู้ในเรื่องของ "พันธุ์องุ่น” (Grape Varieties) ด้วยเช่นกัน เพราะพันธุ์องุ่น มักจะเป็นตัวแปรที่กำหนดคุณลักษณะอันโดดเด่นต่างๆ ของไวน์ ไม่ว่าจะเป็นไวน์แดง (Red Wine), ไวน์ขาว (White Wine) หรือ สปาร์คกลิ้งไวน์ (Sparkling Wine)

แต่แน่นอนว่า องุ่นเหล่านี้ ไม่ใช่พันธุ์องุ่นที่คุณมักจะพบได้ในร้านขายผลไม้ทั่วไป โดยพันธุ์องุ่น ที่ใช้ผลิตไวน์ มีมากมายกว่า 1,000 สายพันธุ์ทั่วโลก และเราจะพาท่านมาพบกับเกร็ดความรู้ ของ "พันธุ์องุ่นทำไวน์ยอดนิยม" ทั้ง 10 สายพันธุ์ด้วยกันเมื่อท่านทำความรู้จักกับองุ่นเหล่านี้อย่างคุ้นเคยแล้ว รับรองว่า จะทำให้ท่านจะเริ่มสนุกกับการเลือกดื่มไวน์ ที่ตรงกับความต้องการของตัวเองได้มากขึ้น และพร้อมที่จะลิ้มลองไวน์จากองุ่นพันธุ์อื่นๆ ต่อไป ถ้าอย่างนั้นแล้ว เราไปเริ่มต้นกันที่พันธุ์องุ่นทำไวน์แดง (Red Wine Grape Varieties) กันเลยค่ะ

พันธุ์องุ่นไวน์แดงยอดนิยม (Popular Red Wine Grape Varieties)

  1. กาแบร์เน โซวีญง (Cabernet Sauvignon)

    พันธุ์องุ่น ไวน์แดง แนะนำ สำหรับการดื่มไวน์แดง กาแบร์เน โซวีญง

    องุ่นพันธุ์ กาแบร์เน โซวีญง (Cabernet Sauvignon) เป็นพันธุ์องุ่นท้องถิ่น มีต้นกำเนิดจากแคว้นบอร์โด (Bordeaux) ประเทศฝรั่งเศส (France) ปัจจุบันนี้ มันได้กลายเป็นพันธุ์องุ่น ที่นิยมปลูกไปทั่วโลก และมักจะใช้ในการผลิตไวน์แดง (Red Wine) ประเภทฟูลบอร์ดี้ (Full-Bodied), ค่อนข้างฝาด (Tannin), จบด้วยรสเผ็ดนิดๆ คล้ายพริกไทย และมักจะให้รสชาติของผลเบอร์รี่สีเข้ม

    การจับคู่ไวน์กับอาหาร (Food Paring) : เนื่องด้วยไวน์แดง แนะนำ จากองุ่นพันธุ์นี้ มักจะมีรสสัมผัสซับซ้อนและเผ็ด จึงเหมาะที่จะจับคู่กับอาหารที่มีความมัน เช่น เบอร์เกอร์เนื้อ, พิซซ่าเห็ด, ริบอายสเต็ก (Ribeye Steak) หรือซี่โครงหมูตุ๋น เป็นต้น

  2. ซีราส (Shiraz)

    พันธุ์องุ่น ไวน์แดง แนะนำ สำหรับการดื่มไวน์แดง ซีราส

    องุ่นพันธุ์นี้ มีต้นกำเนิดจากประเทศฝรั่งเศส (France) เช่นเดียวกับ องุ่นพันธุ์กาแบร์เน โซวีญง (Cabernet Sauvignon) แต่หากเทียบกันแล้ว ไวน์แดงจากองุ่นพันธุ์ ซีราส (Shiraz) มักจะเป็นไวน์ประเภทฟูลบอดี้ (FullBodied) ที่มีสีที่เข้มกว่า ฝาดน้อยกว่า (Tannin) และจบท้ายอย่างนุ่มนวล ส่วนใครที่
    ชื่นชอบรสผลไม้ น่าจะชื่นชอบไวน์แดงซีราส เพราะองุ่นพันธุ์นี้ มักจะให้รสสัมผัสหนักแน่นของผลไม้ เช่น บลูเบอร์รี่หวานหอม และมะกอกดำรสเผ็ด
    นอกจากนั้น องุ่นพันธุ์นี้ ยังถูกค้นพบว่า มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมากอีกด้วยนะคะ

    การจับคู่ไวน์กับอาหาร (Food Pairing) : ท่านสามารถจับคู่ไวน์แดงซีราส (Shiraz) กับอะไรก็ได้ที่ทำจาก บลูชีส (Blue Cheese) และอาหารจำพวกเบอร์เกอร์ , บาร์บีคิวซอสพริกไทย และอาหารที่มีเครื่องเทศ หรือสมุนไพร เพราะอาหารเหล่านี้จะช่วยดึงรสชาติ ขององุ่นพันธุ์ซีราส (Shiraz) ออกมา
    ได้เป็นอย่างดีค่ะ

  3. แมร์โล (Merlot)

    พันธุ์องุ่น ไวน์แดง แนะนำ สำหรับการดื่มไวน์แดง แมร์โล

    ไวน์แดง จากองุ่นพันธุ์แมร์โล (Merlot) โดดเด่นที่ความนุ่มนวล ด้วยสีแดงสว่าง ความฝาดบางเบา (Tannin) และมีบอดี้ ตั้งแต่มีเดี้ยม (Medium Bodeid)
    จนถึงฟูลบอดี้ (Full Bodied) แต่อย่างไรก็ตาม รสชาติของไวน์แดงจากองุ่นพันธุ์นี้ มักจะแตกต่างกันไปตามแต่สภาพภูมิอากาศที่ปลูก หากมาจากพื้นที่ที่มีอากาศเย็น ก็มักจะเป็นไวน์ที่มีความฝาดสูง แต่หากมาจากพื้นที่ที่อากาศค่อนข้างอบอุ่น ก็มักจะให้ความฝาดที่น้อย และเด่นที่รสผลไม

    การจับคู่ไวน์กับอาหาร (Food Paring) : อาหารที่ไม่เหมาะจะนำมาจับคู่กับไวน์แดงแมร์โล (Merlot) ได้แก่ อาหารจำพวกปลา, ผักสด รวมถึงอาหาร
    รสเผ็ดจัด เพราะจะกลบรสชาติของไวน์ไปเสียหมด เราจึงแนะนำไวน์แดงแมร์โล กับอาหารที่ปรุงมาจากสัตว์เนื้อขาว เช่น ไก่ หรือเนื้อแดงปรุงรสเผ็ดนิดๆ
    เป็นต้น

  4. ปิโน นัวร์ (Pinot Noir)

    พันธุ์องุ่น ไวน์แดง แนะนำ สำหรับการดื่มไวน์แดง ปิโน นัวร์

    องุ่นพันธุ์ ปิโน นัวร์ (Pinot Noir) มักจะมีราคาที่สูงกว่าไวน์แดงจากองุ่นพันธุ์อื่น เนื่องด้วยปิโน นัวร์ (Pinot Noir) เป็นองุ่นที่ค่อนข้างอ่อนแอ ติดเชื้อง่าย
    และง่ายต่อการกลายพันธุ์ จึงต้องการความเอาใจใส่อย่างสูง สีของไวน์แดง จากองุ่นพันธุ์นี้ มักจะมีสีแดงสว่าง, มีบอดี้ค่อนข้างเบา (Light Bodied), สัมผัสค่อนข้างดราย (Dry) และมีรสผลไม้ที่สดชื่น จึงให้สัมผัสสุดท้ายที่ยาวนาน และนุ่มนวล

    การจับคู่ไวน์กับอาหาร (Food Paring) : ด้วยความที่ไวน์แดงจากองุ่นพันธุ์ ปิโน นัวร์ (Pinot Noir) มักจะเป็นประเภทไลท์บอดี้ (Light Bodied) แต่มีความซับซ้อนสูง (Complex) จึงทำให้ไวน์แดงจากองุ่นพันธุ์นี้ เข้าได้ดีกับเนื้อสัตว์จำพวกเนื้อแดง, เนื้อเป็ด และรวมไปถึงเนื้อปลาอีกด้วยค่ะ

หากท่านกำลังมองหา แก้วไวน์แดง (Red Wine Glass) เพื่อเสิร์ฟกับองุ่นพันธุ์ต่าง ๆ เราแนะนำแก้วไวน์ ดีซายเอ้อร์ ยูนิเวอร์แซล (Desire Universal)
ที่สามารถใช้เสิร์ฟกับไวน์แดง (Red Wine), ไวน์ขาว (White Wine) และไวน์โรเซ (Rose) ทุกๆ พันธุ์องุ่น

แต่หากท่านชื่นชอบไวน์แดง จากองุ่นพันธุ์กาแบร์เน โซวีญง (Cabernet Sauvignon), ซีราส (Shiraz), แมร์โล (Merlot), ปิโน นัวร์ (Pinot Noir) ที่เป็นเกรดพรีเมี่ยม
มีกระบวนการการผลิตที่พิถีพิถัน และเป็นไวน์อายุมาก (บ่มมากกว่า 5 ปีขึ้นไป) เราแนะนำแก้ว ดีซายเออร์ เอเลแกนท์ เรด (Desire Elegant Red) ที่ช่วยให้ไวน์ปลดปล่อยกลิ่นหอมต่าง ๆ และเก็บความหอมเอาไว้ในแก้ว ทำให้ท่านดื่มด่ำ และเพลิดเพลินกับไวน์ คุณภาพเยี่ยมเหล่านี้ ได้อย่างยาวนานขึ้น

หรือแก้ว ดีซายเอ้อร์ โรบัส เรด (Desire Robust Red) สำหรับไวน์แดงจากองุ่นพันธุ์ กาแบร์เน โซวีญง (Cabernet Sauvignon), ซีราส (Shiraz), แมร์โล (Merlot) ฯลฯ ที่มีอายุน้อย (บ่มน้อยกว่า 5 ปี ) เพราะแก้วใบนี้มีนวัตกรรมแอร์ลูเมย์ (Aerlumer) ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ไวน์อายุน้อยได้หายใจกับอากาศ และพัฒนารสชาติได้อย่างดีขึ้นด้วยค่ะ นอกจากนั้น หากท่านสนใจ "วิธีการเลือกใช้แก้วไวน์" คลิกเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ค่ะ

พันธุ์องุ่นไวน์ขาวยอดนิยม (Popular White Wine Grape Varieties)

  1. โซวีญง บล็อง (Sauvignon Blanc)

    พันธุ์องุ่น ไวน์ขาว โซวีญง บล็อง สำหรับการดื่มไวน์ คู่กับ เครื่องแก้ว แก้วใส

    โซวีญง บล็อง (Sauvignon Blanc) แปลได้ว่า "ป่าสีขาว" หรือ “White Wild” มีต้นกำเนิดอยู่ในประเทศฝรั่งเศส (France) แคว้นบอร์โด (Bordeaux) องุ่นพันธุ์นี้ มักจะมีสีอมเขียว รสชาติเข้มข้น คล้ายกับแอปเปิ้ลเขียว, มะนาว, กีวี , และพีช ซึ่งแตกต่างกันไปตามความสุกขององุ่นในการนำมาทำไวน์ ส่วนสิ่งที่ทำให้องุ่นพันธุ์นี้ โดดเด่นก็คือกลิ่น (Aroma) ของสมุนไพร อาธิ พริกหยวก, ใบโหระพา, ผักชีฝรั่ง และตะไคร้ เป็นต้น

    การจับคู่ไวน์กับอาหาร (Food Pairing) : อาหารแนะนำ ที่ควรนำมาจับคู่กับองุ่นพันธุ์นี้ ได้แก่ ชีสแพะ (Goat Cheese), ครีมชีส (Cream Cheese) และอาหารที่เน้นเครื่องเทศ เช่น อาหารแม็กซิกัน และอาหารเวียดนาม ซึ่งเข้ากันได้ดีกับกลิ่นสมุนไพรที่อยู่ในไวน

  2. ชาร์ดอเน (Chardonnay)

    พันธุ์องุ่น ไวน์ขาว ชาร์ดอเน สำหรับการดื่มไวน์ คู่กับ เครื่องแก้ว แก้วใส

    องุ่นพันธุ์ ชาร์ดอเน (Chardonnay) ได้รับฉายาว่า "ราชินีแห่งองุ่นเขียว" นิยมนำมาทำไวน์ขาว (White Wine) และเป็นส่วนผสมหลัก ที่มักจะขาดไม่ได้ในการทำแชมเปญ (Champagne) หรือสปาร์คกลิ้งไวน์ (Sparkling Wine) ความโดดเด่นของชาร์ดอเน (Chardonnay) อยู่ที่กลิ่น (Aroma) หอมมัน
    ของวานิลลา, เนย และมะพร้าว ไวน์ขาวจากชาร์ดอเน (Chardonnay) บางยี่ห้อ จะให้สัมผัสถึง ความมันของครีม และความนุ่มลื่นของแว็ก (Wax) ซึ่งแตกต่างไปตามกรรมวิธีการหมัก

    การจับคู่ไวน์กับอาหาร (Food Pairing) : ไวน์ขาวจากองุ่นพันธุ์ ชาร์ดอเน (Chardonnay) เหมาะกับชีสเนื้อนุ่ม (Soft Cheese), เนื้อสัตว์ขาว เช่น ไก่ , หมู , อาหารทะเล, สมุนไพร, เห็ด และครีมซอสที่มีความมัน เป็นต้น

  3. รีสลิง (Riesling)

    พันธุ์องุ่น ไวน์ขาว รีสลิง สำหรับการดื่มไวน์ คู่กับ เครื่องแก้ว แก้วใส

    ไวน์ขาวจากองุ่นพันธุ์ รีสลิง (Riesling) มักจะโดดเด่นด้วยเรื่องของกลิ่นหอม (Aroma) คล้ายกับผลไม้ แต่ให้รสชาติเปรี้ยว (Acid) และดราย (Dry) คล้ายกับน้ำมะนาว แต่อย่างไรก็ตาม ท่านก็สามารถหาไวน์รีสลิง (Riesling) แบบกึ่งดราย (Semi-Dry) หรือ ไวน์หวาน (Dessert Wine) ได้เช่นกัน ไวน์จากองุ่นพันธุ์นี้ มักจะมีกลิ่นแอปเปิ้ลเขียว, พีช, มะนาว, หญ้าที่ถูกตัดสด ๆ, และน้ำมัน แต่ถ้าเป็นรีสลิงหวาน ก็จะมีกลิ่นของน้ำผึ้ง, ดอกไม้และผลไม้สุกด้วย

    การจับคู่ไวน์กับอาหาร (Food Paring) : ไวน์จากองุ่นพันธุ์รีสลิง (Riesling) มักจะมีความหวานน้อย เด่นที่รสเปรี้ยว แต่มีความสมดุลย์ (Balance) ดังนั้น
    จึงเหมาะที่จะดื่มคู่กับอาหารเอเชีย ที่มีรสเผ็ดจัดจ้าน เช่น อาหารอินเดีย, อาหารไทย โดยคู่สุดคลาสสิกที่เหมาะกับรีสลิง ได้แก่ ขาเป็ด ค่ะ

หากท่านกำลังมองหาแก้วไวน์ขาว (White Wine Glass) เพื่อใช้เสิร์ฟไวน์ขาว (White Wine) จากพันธุ์องุ่นที่มีกลิ่นหอม เช่น ชาร์ดอเน (Chardonnay)
แก้วดีซายเอ้อร์ ริช ไวท์ (Desire Rich White) จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะ เพราะมีนวัตกรรมแอร์ลูเมย์ (Aerlumer) ช่วยกระจายกลิ่นหอมฟุ้งของไวน์ ได้เป็นอย่างดี

แต่สำหรับไวน์ขาวที่เด่นในเรื่องของความเปรี้ยว สดชื่น เช่น โซวีญง บล็อง (Sauvignon Blanc) และ รีสลิง (Riesling) แนะนำให้ใช้แก้ว ดีซายเอ้อร์ คริปส์ ไวท์ (Desire Crisp White) แก้วทรงสูง ที่ช่วยเก็บความสดชื่นของไวน์ไว้ในแก้ว เพิ่มอรรถรสในการดื่มที่มากกว่า หรือเพื่อความเรียบง่าย และสะดวกสบาย ท่านสามารถใช้แก้ว ดีซายเอ้อร์ ยูนิเวอร์แซล (Desire Universal) สำหรับไวน์ขาวจากทุก ๆ พันธุ์องุ่นได้ค่ะ

พันธุ์องุ่นสปาร์คกลิ้งไวน์ยอดนิยม (Popular Sparkling Wine Grape Varieties)

  1. เกลียรา (Glera)

    องุ่นพันธุ์เกลียรา ดื่มไวน์ คู่กับเครื่องแก้วใส แก้วแชมเปญ

    เกลียรา (Glera) คือ องุ่นขาวพันธุ์ดั้งเดิมจากประเทศอิตาลี (Italy) มักนำมาทำสปาร์คกลิ้งไวน์ (Italian Sparkling Wine) เช่น โปรเซสโก้ (Prosecco) โดยส่วนใหญ่จะปลูกอยู่ในแคว้นเวเนโต้ (Veneto) ของประเทศอิตาลีค่ะ

    การจับคู่ไวน์กับอาหาร (Food Pairing) : สปาร์คกลิ้งไวน์จากองุ่นพันธุ์ เกลียรา (Glera) เหมาะที่จะนำมาจับคู่กับอาหารจำพวกเห็ด หรือ อาหารรสมัน
    เช่น ครีมซอส, เมล็ดถั่วอัลมอนด์ , มันฝรั่งทอด หรือ ป็อบคอร์นรสเนย ยังรวมไปถึงอาหารทะเลต่างๆ และอาหารเอเชีย ที่มีรสเผ็ดอีกด้วยค่ะ

  2. มอสคาโต้ (Moscato)

    องุ่นพันธุ์มอสคาโต้ ดื่มไวน์ คู่กับเครื่องแก้วใส แก้วแชมเปญ

    มอสคาโต้ (Moscato) เป็นองุ่นพันธุ์เก่าแก่ สามารถปลูกได้ทุกที่ทั่วโลก โด่งดังมาจากกลิ่น (Aroma) หวานหอม ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่เหมือนกับองุ่นพันธุ์ไหน ซึ่งนักเคมีได้ ค้นพบสารประกอบทางเคมีเรียกว่า "ไลนาลูล” (Linalool) ที่พบได้ใน มิ้น, ดอกส้ม และอบเชย กลายเป็นคำอธิบายถึงความหอมสุดพิเศษขององุ่นพันธุ์นี้ แต่สรุปได้ง่ายๆ ก็คือ หากคุณต้องการสปาร์คกลิ้งไวน์ (Sparkling Wine) กลิ่นหอมสดชื่น, ค่อนข้างหวาน และมีปริมาณแอลกอฮอล์ค่อนข้างน้อย (5-7%) สปาร์คกลิ้งไวน์จากองุ่นพันธุ์มอสคาโต้ (Moscato) นับเป็นตัวเลือกที่ดีค่ะ

    การจับคู่ไวน์กับอาหาร (Food Pairing) : เนื่องจากสปาร์คกลิ้งไวน์ (Sparkling Wine) จากมอสคาโต้ (Moscato) มักจะมีปริมาณแอลกอฮอล์ต่ำ และความหวานสูง จึงเหมาะกับอาหารเอเชีย ที่มีรสเผ็ด เช่น อาหารจีน, ไทย และเวียดนาม ที่มักจะมีกลิ่นของขิง, อบเชย, พริกไทย หรือจะจับคู่กับเนื้อขาว เช่น ไก่ หรือปลา ก็ได้เช่นกัน

  3. ปิโน บล็อง (Pinot Blanc)

    ปิโน บล็อง (Pinot Blanc) เป็นพันธุ์องุ่นขาว ที่เกิดการพัฒนาสายพันธุ์มาจากองุ่นพันธุ์ ปิโน นัวร์ (Pinot Noir) องุ่นพันธุ์นี้ ในอดีต มักจะถูกนำมาทำไวน์ขาว (White Wine) ในแคว้นเบอร์กันดี (Burgundy) และนำมาเป็นส่วนผสมในการทำแชมเปญ (Champagne) ซึ่งปัจจุบัน ปิโน บล็อง (Pinot Blanc) ได้กลายเป็นส่วนผสมหลักในการทำสปาร์คกลิ้งไวน์ (Sparkling) ในหลากหลายพื้นที่ ความโดดเด่นของปิโน บล็อง (Pinot Blanc) อยู่ที่กลิ่นหอมของผลไม้ ซึ่งมักจะเป็นกลิ่นของแอปเปิ้ล, มะนาว รวมไปถึงดอกไม

    การจับคู่ไวน์กับอาหาร (Food Pairing) : สปาร์คกลิ้งไวน์ (Sparkling Wine) จากองุ่นพันธุ์นี้ สามารถเข้ากันได้ดีกับอาหารที่เรียบง่าย เช่น ปลาเนื้อขาว, เนื้อไก่ , ไข่ และชีสเนื้อนุ่ม (Soft Cheese) จำพวกริคอตต้า (Ricotta) หรือชีสแพะ (Goat Cheese) เป็นต้น

สปาร์คกลิ้งไวน์ (Sparkling Wine) มีหลากหลายประเภท และมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามท้องที่ที่ผลิต การทราบชื่อขององุ่นแต่ละพันธุ์ จะช่วยให้ท่าน
เลือกสปาร์คกลิ้งไวน์ที่ต้องการได้ง่ายขึ้น และประเภทสปาร์คกลิ้งไวน์ที่ขึ้นชื่อ ก็ได้แก่ แชมเปญ (Champagne) จากฝรั่งเศส (France), คาบา (Cava)
จากสเปน (Spain), แอสติ (Asti) สปาร์คกลิ้งไวน์รสหวานจากอิตาลี (Italy) และ โปรเซคโก้ (Prosecco) ดรายส (Dry) ปาร์คกลิ้งไวน์จากอิตาลีค่ะ

แม้ว่าประเภทของสปาร์คกลิ้งไวน์ (Sparkling Wine) จะหลากหลาย แต่หากท่านมีแก้วดีซายเอ้อร์ สปาร์คกลิ้ง (Desire Sparkling) เพียงหนึ่งใบ ก็คลอบคลุมกับการเสิร์ฟสปาร์คกลิ้งไวน์ทุกชนิด ด้วยรูปทรงของแก้ว จะช่วยให้ท่านเพลิดเพลินกับพรายฟองที่ผุดขึ้นมาได้อย่างยาวนาน และยังช่วยกักเก็บความซ่าของไวน์เอาไว้
ได้อีกด้วยค่ะ

รูปแก้ว เครื่องแก้วใส เช่น แก้วไวน์แดง แก้วแชมเปญ เพื่อใช้ในการดื่มไวน์

และนี่คือ "องุ่นทำไวน์ยอดนิยม" ทั้ง 9 สายพันธุ์ หากท่านจับจุด และนำไปใช้ได้ รับรองว่าจะช่วยเพิ่มอรรถรสในการดื่มไวน์อย่างแน่นอน แต่สำหรับท่านไหนที่ยังรู้สึกว่ารายละเอียดเหล่านี้ เยอะเกินไป และยากต่อการหยิบนำมาใช้ โดยเฉพาะ ในวันที่ทานอาหารกับเพื่อนฝูง แล้วแต่ละคน สั่งอาหารแตกต่างชนิดกันโดยสิ้นเชิง ทำให้การจับคู่ไวน์ และอาหาร (Food Pairing) ทำได้ยาก เราจึงมีพันธุ์องุ่น 2 พันธุ์ ที่เหมาะกับอาหารเกือบทุกประเภทสามารถจับคู่กับอาหารเกือบทุกอย่าง มาแนะนำค่ะ

นั่นก็คือ ไวน์แดงจากองุ่นพันธุ์ ปิโนนัวร์ (Pinot Noir Red Wine) และไวน์ขาวจากองุ่นพันธุ์รีสลิง (Riesling White Wine) โดยสิ่งที่ท่านต้องเลือก ก็มีแค่
"จะดื่มไวน์แดง หรือจะดื่มไวน์ขาว" เพียงเท่านั้นค่ะ และนอกจากเรื่องของ "พันธุ์องุ่น" (Grape Varieties) แล้ว "วิธีการจับแก้วไวน์ " ให้ถูกต้อง ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่จะช่วยเพิ่มความสนุก เติมเต็มอรรถรสในการดื่มให้แก่ท่านได้เป็นอย่างดี คลิกเพื่อดูวิธีการจับแก้วไวน์ค่ะ

  • Lucaris Modern Asia
  • Lucaris Thailand ลูคาริส ประเทศไทย
  • Lucaris Hong Kong ลูคาริส